3 ข้อต้องรู้ก่อนเลือกซื้อบ้านมือสอง

ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้เกิดหนี้เสียของสินเชื่อที่อยู่อาศัยมากขึ้น

3 ข้อต้องรู้ก่อนเลือกซื้อบ้านมือสอง
บ้านมือสอง

            ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้เกิดหนี้เสียของสินเชื่อที่อยู่อาศัยมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ซื้อบ้านมือหนึ่งแล้วผ่อนไม่ไหว จนถูกธนาคารยึด จนทำให้เกิดบ้านมือสอง หรือเรียกว่าทรัพย์หลุดจำนองเป็นจำนวนมาก ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ อาคารพาณิชย์ ฯลฯ สภาพดี ทำเลเด่น ในราคาพิเศษ หรืออาจจะเป็นบ้านที่เจ้าของเดิมต้องการจะขาย

           ซึ่งกรณีนี้ควรดูเอกสารหลาย ๆ อย่างให้ถ้วนถี่  แต่หากให้มั่นใจ การซื้อจากธนาคาร ก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย เพราะธนาคารก็ต้องการจะระบายทรัพย์ส่วนนี้ออกไป อีกทั้งในเรื่องของดอกเบี้ย และวงเงินกู้สินเชื่อก็จะมากมายหลายโปรโมชั่นและในราคาพิเศษ ซึ่งผู้ที่สนใจจะซื้อบ้านมือสอง โดยมี 3 ข้อต้องรู้ก่อนเลือกซื้อบ้านมือสองเพื่อใช้เป็นแนวทางในการพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ ดังนี้

1.สภาพทรัพย์สิน

     บ้านมือสองมีมากมายหลายที่ หลายโครงการ อย่าเพียงแต่ค้นหาในประกาศขายบ้านเพียงอย่างเดียว ควรเช็คให้แน่ใจ หรือควรไปดูด้วยตัวเองว่าสภาพเป็นอย่างไร ชำรุดทรุดโทรมหรือต้องซ่อมแซมหรือไม่, อายุอาคาร กี่ปี ยิ่งบ้านที่มีอายุนาน ในการกู้สินเชื่อ ก็จะโดนหักค่าเสื่อมอาคารมากขึ้น, บ้านมีประวัติหรือไม่ สาธารณูปโภคน้ำไฟครบครันหรือไม่  หรือหลายท่านอาจจะประมูลบ้านมาจากที่กรมบังคับคดียึดมาแล้ว เจ้าของบ้านเดิมอาจยังอยู่อาศัยไม่ยอมย้ายไป ทำให้อาจเกิดปัญหาจุกจิกตามมา 

2.ทำเล และสภาพแวดล้อม

    ถ้าหาบ้านที่อยู่ในทำเลที่ดีอย่างที่เราต้องการไม่ได้ ก็ควรเลือกทำเลที่อยู่ในย่านที่กำลังพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นทางด่วน รถไฟฟ้า ตัดผ่าน  หรือจะมีการปรับปรุงในอนาคต สภาพแวดล้อมจากเพื่อนบ้านเป็นเรื่องสำคัญ ยิ่งในหมู่บ้านจัดสรรปัญหาทะเลาะเบาแว้งมาจากเพื่อนบ้านบ้านติดกันก็มีไม่น้อย ฉะนั้นก่อนซื้ออาจเข้าไปสำรวจ หรือพูดคุยเพื่อดูแนวทางเบื้องต้น

3.ราคาดี

   เมื่อเราเลือกบ้านที่ต้องการได้แล้ว ก็ควรดูราคาของทรัพย์สินนั้น ๆ ด้วย ว่าทำเลที่ตั้ง สภาพแวดล้อม คุณภาพของโครงการ เหมาะสมกับราคาหรือไม่  ในการซื้อบ้านมือสอง เราควรมีเงินเก็บสักก้อน เพื่อใช้เป็นเงินดาวน์ เนื่องจากบ้านมีสองนั้น จะไม่มีการผ่อนดาวน์ และวงเงินสินเชื่อที่จะขอกู้ ก็ไม่ปล่อย 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนมากจะปล่อยเพียงแค่ 70 ถึง 90 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ถ้าเป็นการซื้อต่อจากเจ้าของเดิม ควรตกลงในเรื่องค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น ทั้งเรื่องค่าธรรมเนียมการโอน  ค่าจดจำนอง เป็นต้น