วันอาทิตย์, 7 เมษายน 2567

คันช่องคลอด มีสาเหตุจากอะไร? และวิธีดูแลรักษาให้หายขาด

19 ก.ค. 2023
27

อาการคันช่องคลอดหรือคันตรงบริเวณช่องคลอดข้างในสามารถเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกวัย ยิ่งผู้หญิงที่อยู่ในช่วงวัยทองโอกาสเกิดขึ้นได้มากที่สุด เนื่องจากวัยนี้เป็นวัยที่หมดประจำเดือนแล้วทำให้ฮอร์โมนเพศลดลง ส่งผลให้ช่องคลอดแห้งและเกิดอาการคัน สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการคันช่องคลอดนั้นมาจากอะไร และจะมีวิธีรักษาป้องกันด้วยวิธีไหนมาศึกษาทำความเข้าใจไปด้วยกันเลยดีกว่า

คันช่องคลอด เกิดจากอะไร

อาการคันช่องคลอดเกิดจากความไม่สมดุลกันระหว่างความเป็นกรดและเป็นด่างภายในช่องคลอด หรืออาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุดังนี้

1. อาการคันช่องคลอดแบบติดเชื้อ

ผู้ป่วยที่ติดเชื้อในช่องคลอดจะมีอาการคันทั้งภายในและภายนอกอวัยวะเพศ โดยอาจเกิดจากการติดเชื้อชนิดต่างๆ เช่น

  • ติดเชื้อราที่เป็นสาเหตุของอาการคันในช่องคลอดที่พบบ่อยที่สุดในผู้หญิง 3 ใน 4 คนผู้ป่วยจะมีอาการคันอย่างรุนแรงและมีตกขาวร่วมด้วย
  • ติดเชื้อแบคทีเรีย จะมีอาการคันปัสสาวะและรู้สึกแสบ รวมถึงมีอาการตกขาวร่วมด้วย
  • ติดโปรโตซัว ทำให้เป็นโรคพยาธิในช่องคลอดจะมีอาการคันที่รุนแรงและมีจุดแดงบริเวณช่องคลอดและมีตกขาวออกเป็นสีเขียว
  • ติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ เช่นโรคหนองในแท้ และโรคหนองในเทียม

2. คันช่องคลอดจากโรคผิวหนัง

คันช่องคลอดจากโรคผิวหนังเช่น โรคผิวหนังอักเสบ โรคสะเก็ดเงิน มะเร็งปากช่องคลอด และโรคหิด

3. คันช่องคลอดแบบไม่ติดเชื้อ

ผู้ป่วยจะมีอาการคันภายนอก โดยส่วนใหญ่มักจะเกิดจากการแพ้ หรือใส่กางเกงฟิตจนเกินไป รวมถึงเกิดจากความเครียดได้ด้วย

อาการแบบไหนต้องไปพบแพทย์

หากผู้ป่วยมีอาการรุนแรงมากโดยเฉพาะภายในช่องคลอด เกิดมีอาการบวมแดง หรือตกขาวมีลักษณะผิดปกติรู้สึกเจ็บเวลาปัสสาวะหรือมีเพศสัมพันธ์ ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม

วิธีการรักษาอาการคันในช่องคลอด

สำหรับการรักษาอาการคันในช่องคลอดสามารถรักษาอาการคันด้วยยาที่แต่ก็ขึ้นกับการวินิจฉัยของแพทย์ซึ่งผู้ป่วยไม่ควรซื้อยามาทาหรือกินเองโดยยาที่ใช้ในการรักษาก็จะมีกลุ่มยาดังต่อไปนี้

  • ยารับประทานเช่น ยาในกลุ่มเมโทรนิดาโซล (Metronidazole) และคลินดามัยซิน (Clindamycin) ใช้ในการรักษาอาการติดเชื้อ
  • ยาทาภายนอกเช่น ยาโคลไตรมาโซล (Clotrimazole) ไทโอโคนาโซล (Tioconazole) ใช้ทาเพื่อบรรเทาอาการคันที่เกิดจากการติดเชื้อรา
  • ยาเหน็บช่องคลอด เป็นยาใช้สอดเข้าไปในช่องคลอด โดยจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด และออกฤทธิ์ช่วยรักษาอาการคันโดยตรง

การดูแลตัวเองเมื่อมีอาการคัน

สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการคันในช่องคลอดควรไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาได้ตรงจุดและทำตามคำแนะนำแพทอย่างถูกต้องและเหมาะสมและควรดูแลตัวเองเมื่อมีอาการคันดังนี้

  • ทำความสะอาดภายนอกด้วยน้ำเปล่าที่สะอาดและใช้สบู่ที่อ่อนโยนสวนล้าง
  • หากใช้ยาเหน็บควรล้างมือให้สะอาดก่อนทุกครั้ง
  • ไม่ควรเกาบริเวณที่มีอาการคัน
  • งดการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าจะหายดี
  • เลือกสวมใส่กางเกงและกางเกงชั้นในที่ใส่สบายไม่รัดแน่น
  • หลังทำความสะอาดช่องคลอดแล้วควรเช็ดให้แห้ง

ป้องกันได้อย่างไรบ้าง

อาการคันช่องคลอดสามารถป้องกันด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • ไม่สวมใส่กางเกงชั้นในที่รัดแน่นจนเกินไป
  • ไม่ใช้ของร่วมกับคนอื่น เช่นกางเกงในและผ้าเช็ดตัว
  • ไม่สวนล้างช่องคลอดโดยไม่จำเป็นเพราะอาจจะเป็นการทำลายแบคทีเรียชนิดดี
  • ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นจากด้านหน้าไปด้านหลัง เพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากอุจจาระ
  • หลังทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นควรรีบเช็ดให้แห้ง
  • หากเข้าห้องน้ำในที่สาธารณะ ต้องทำความสะอาดให้ดี
  • ควรเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆ
  • ไม่ควรใช้ผ้าอนามัยแบบสอด
  • หลีกเลี่ยงการมีคู่นอนหลายคน

อาการคันช่องคลอดเกิดมาจากหลายสาเหตุ และอาการคันช่องคลอดก็ทำให้เกิดความรำคาญและหงุดหงิดเนื่องจากเป็นคันจากข้างในไม่สามารถที่จะเกาได้ หากมีอาการคันสิ่งที่ไม่ควรทำคือไม่ควรซื้อยามารับประทานหรือหายาทาเองเพราะจะทำให้เป็นอันตรายได้ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจและรักษาอย่างถูกวิธีจะมีความปลอดภัยมากกว่า